FDTD:About+Prolouge

posted on 09 May 2013 02:25 by piixsiiz in FDTD directory Fiction
 
 
 
I like fetish, white and my twin sisters.
I have a very busy and simply life.
'Date' with someone is the last damn thing I want.
But life is hard and it's even harder when I'm stupid,

Then it lost out of my control.
 
 

 

From Dust Till Dawn

 

เมื่อตะวันลับขอบฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 






0

Prologue

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความเย็นคือสิ่งเดียวที่ฉันรู้สึก

มันเป็นความเย็นสบายของคืนเดือนเพ็ญที่พระจันทร์เต็มดวง เวลาเคลื่อนคล้อยไปเรื่อยๆ อย่างไร้ที่สิ้นสุด อากาศมีมากพอให้หายใจ ไม่ต้องดิ้นรน ชีวิตดำเนินไปอย่างเชื่องช้าสะดวกสบายยิ่งกว่าการต้องเสแสร้งในเวลากลางวัน ถึงจะเป็นกลางคืนแต่ก็สว่างไสวเพียงพอสำหรับฉัน

 

เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงขีดเขียนของดินสอกับกระดาษ

บ้านไม่ใช่สถานที่ หากแต่เป็นคนที่อยู่ด้วยต่างหาก ประโยคที่พูดต่อมานานจนติดหูของคริสเตียนนา เดทท์แมนเป็นที่พิสูจน์แล้วสำหรับฉัน ในขณะที่ฉันอยู่ห่างไกลจากบ้านมากกว่าพันไมล์ แต่ฉันกลับรู้สึกปลอดภัยเสียยิ่งกว่า

บางที, ชิ้นส่วนของฉันอาจถูกเติมเต็มแล้วก็ได้

 

รุ่งสาง ฟ้าสีทึบผ่อนคลายลง แสงยามรุ่งอรุณเป็นสิ่งที่ฉันโปรดปรานอีกอย่างหนึ่ง ถึงแม้ยังไม่ได้นอนมาทั้งคืนฉันก็ยังรอคอยให้ได้เห็นสักครั้ง เสียงขีดเขียนเงียบไปแล้ว อากาศอบอุ่นขึ้น ฉันคิดว่าเขาคงจะจากไปอย่างที่ทำมาตลอด

แต่กลับตระหนักได้ในทันทีว่าอากาศไม่ได้อบอุ่นขึ้น ปอยหิมะตกถึงพื้นอย่างเชื่องช้าคือสิ่งพิสูจน์ รวมถึงวงแขนอบอุ่นนี้ที่ทำให้ชีวิตชืดจางของฉันดูสว่างสดใสและอบอุ่นไปเสียทุกครา

 

 

 

Over 4 dates make me sick
 

Virginia is for lovers

posted on 13 Mar 2012 11:09 by piixsiiz
สวัสดีค่ะ :-)
หลังจากห่างหายจากบล็อกไปนานมากกกกกกกกกกกกกกกกก
ก็พยายามจะกลับมาอีกครั้ง!
 
ความจริงก็เคยพยายามก่อนหน้านี้แล้วแต่ล่ม
โพสได้ไม่กี่เอนทรีแล้วก็หายไปอีก
ไว้ว่างๆ จะมาบอกสาเหตุที่หายไปเน้อ (ไม่มีใครอยากรู้ ><)
 
แต่วันนี้ขออนุญาตแนะนำบทความใหม่ของเราแล้วกันเน้อ!!
เรื่องนี้จริงจังนะ จริงๆน้า >
เราอยากแต่งเรื่องนี้ให้จบมากเพราะหลายเหตุผล
 
1.เราเป็นนักอยากเขียน
2.อยากให้เชียร่าเป็นนางเอกเรื่องแรกที่เราแต่งจบ
3.อยากให้ดีเร็คเป็นพระเอกเรื่องแรกที่เราแต่งจบ
4.เหตุผลล้านแปด
 
จากการทำงานตามใจตัวเองตรงนี้ บอกได้เลยว่ากำลังใจเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ
แต่ส่วนใหญ่ที่ได้รับมักจะเป็น 'บั่นทอนกำลังใจ' และ 'ซ้ำเติม' เสียมากกว่า
ส่วนนี้จริงๆ แล้วก็เป็นแรงผลักดันอย่างนึงนะ
 
เราคิดว่า ไม่ยอมท้อง่ายๆ หรอก ไม่ยอมเลิกง่ายๆ หรอก นั่นแหละ.
 
ทีนี้บทความของเราก็มาครบเครื่องทั้งรูป เสียง ข้อความ
เหมาะสมหรับ ; คนเบื่อ ๆ เซ็งๆ เข้าไปเปิดดูเล่นได้
คนอ่านก็เข้าไปอ่านได้
คนเสพก็เข้าไปเสพรูป เสพเพลงได้ (เพลงเราเพราะนะขอบอก)
และอีกหลายๆ คนนะที่นี้
 
ส่วนจะเอาเรื่องที่เขียนมาลงบล็อกไม๊ ต้องดูเรทติ้งอีกที เพราะเดี๋ยวลงแล้วแป้กอีก ^_^
วันนี้เอารูปมาให้ดูก่อนนะจ้ะ 
 
ก็แน่นอนว่าเราทำเองทั้งสองเน้อ :)
 

บทความจริง :http://writer.dek-d.com/LoveRooney/writer/view.php?id=754113

edit @ 13 Mar 2012 11:24:51 by Gnarpxrangv_Ly

edit @ 13 Mar 2012 11:27:50 by Gnarpxrangv_Ly

edit @ 13 Mar 2012 14:34:21 by Gnarpxrangv_Ly

Basque  --ดินแดนเวทมนตร์
I ดินแดนแห่งพระอาทิตย์ 
รั้วทอง เขียน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
บทที่ 1 ปราสาทแห่งคุ๊กกี้ช็อคโกแล็ทชิพ
อัพเดทวันที่ 16 กรกฎาคม 2554
 
 
 

ท้องทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ตรงกลางผืนหญ้านี้มีปราสาทหลังงามตั้งตระหง่านอยู่ ยามสายแบบนี้ถ้าบ้านของคุณใกล้กับปราสาทมากพอ คุณจะสามารถได้กลิ่นอันหอมกรุ่น ชองคุ๊กกี้ช็อคโกแล็ทชิพอบใหม่ ๆ 

 

 

ในดินแดนแห่งเวทมนตร์เฉพาะภายในทุ่งหญ้าและปราสาทหลังงามนี้เท่านั้นที่คุณจะกลายเป็นคนธรรมดาสามัญ รอบๆ ทุ่งหญ้าแบ่งเป็นดินแดนใหญ่อีกสามดินแดน มองตรงไปจากด้านหน้าปราสาทจะเห็นป้อมปราการรูปคลื่นทะเลสีน้ำเงิน และธงที่โบกสะบัดอยู่บบนั้นเขียนว่า "เปปเปอร์มิ้นท์ บลู" ถ้าคุณสายตายาวพอมองเลยไปอีกนิด จะพบทะเลสาบสีฟ้าสดใสเปล่งประกายล้อแสงอาทิตย์ หันกลับมาที่ด้านขวาเลยไปถึงด้านหลังของปราสาท แลดุสดใสและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการต่อสู้ เพราะป้อมปราการสีแดงสด ด้านบนเป็นรูปกองไฟสีแดง (ซึ่งหมายถึงกองไฟจริงๆ นั้นแหละ) ตรงกลางกำแพงของป้อมปราการเขียนด้วยตัวอักษรสีดำว่า "เรด เรติน่า" บ้านเรือนในอาณาจักรนี้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ ตามบล็อกสี่เหลี่ยมจัตุรัส ส่วนสถานที่ที่ใหญ่ที่สุดในอาราจักรนี้คือบ้านทรงสี่เหลืี่ยมผืนผ้าที่ตั้งอยู่ติดกับเขตแดนของเปปเปอร์มิ้นท์ บลู ถัดมาอีกหน่อย อาณาจักรสุดท้ายมีชื่อที่น่ารักน่าชังว่า "วิว่า ทอยส์ เยลลโล่" อาณาจักรแห่งนี้เป็นอาณาจักรของเล่นอย่างแท้จริง เพราะป้อมปราการนั้นเป็นรูปตุ๊กตานัทเครกเกอร์สองตัว สลับกับสามง่ามสีดำสนิท และอิฐสีเขียวสดใสเป็นกำแพง บ้านของประชาชนที่นี่มีความเป็นตัวเองสูง มีทั้งบ้านที่เป็นรถ, ขนนก, เทียน, ต้นไม้ หรือแม้แต่ปากกา ส่วนบ้านที่เป็น"บ้าน" เพียงหลังเดียวอยู่ในที่ลึกสุดของอาณาจักรของเล่นแห่งนี้ รอบๆ ตัวบ้านมีต้นไม้ที่ออกดอกเป็นหัวใจสีชมพูเป็นรั้วล้อมรอบ ที่นั่นผู้ปกครองอาณาจักรของเล่นอาศัยอยู่

 

 

กลับมาที่ในปราสาทและบริเวณใกล้เคียง รอบนอกทุ่งหญ้านั้นจะมีบ้านเรือนมากมายจัดวางอย่างเป็นระเบียบโดยส่วนมากจะเป็นร้านค้าและคฤหาสน์ของตระกูลเก่าแก่ หรือราชวงศ์จากในปราสาทเท่านั้น

"สวัสดี" เสียงทุ้มอันทรงอำนาจเอ่ยขึ้นกับหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องเสวยใหญ่ หัวโต๊ะด้านหนึ่งชายกลางคนแววตาขี้เล่นกำลังมองตรงไปยังที่นั่งตรงข้ามเขา

"สวัสดีเพคะ ท่านพ่อ" ใช่แล้วเธอเป็นองค์หญิงเพียงองค์เดียวในบรรดาเจ้าชายทั้ง 17 พระองค์ในพระราชาทิมเบอร์ตัน

"วันนี้เจ้าอายุครบ 15 ปีแล้วนะ อยากได้อะไรล่ะ?"

"ข้าอยากเป็นอิสระ...เพคะ"

"ยัง ลูกรัก มันยังไม่ถึงเวลานี่เจ้าก็รู้ดี" ชายชรานิ่งขรึมขึ้นเมื่อองค์หญิงเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้น

"ท่านพ่อ! ข้าอายุ 15 แล้ว แต่ข้ากลับยังไม่รู้พลังเวทมนตร์ของตัวเอง ได้แต่เรียนทฤษฎีกับครูหัวโบราณพวกนั้นเองนี่เพคะ" องค์หญิงยืนขึ้นพลางประสานมือของตัวเอง เตรียมพร้อมจะออกจากห้องเสวย

"มาลิน"

"เพคะ"

"เจ้าต้องรอ...ภารกิจแรกของเจ้าจะมาถึงในวันพรุ่งนี้"

"ขอบพระทัยเพคะ" องค์หญิงมาลินยิ้มมุมปากก่อนจะคำนับกายให้กับราชาทิมเบอร์ตันแล้วหันหลังออกจากห้องเสวยไปอย่างสง่างาม นั้นทำให้ราชาผู้ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรเวทมนตร์สั่นสะท้านด้วยความกลัว เขากลัวคำทำนายจากยายเฒ่าแห่งเปปเปอร์มิ้นท์ บลูจะเป็นจริง

"เวลาจะประสบกับโอกาส

ให้พลัดพรากจากร้างห่างเรือนไกล

เพราะตัวนางต้องการที่จะไป ในดินแดนแห่งเวทมนตร์

แต่ทุกอย่างกลับผิดพลาดเกินคาดหมาย

นางเดินไปในทางที่เบี่ยงผัน จากเวลาสู่เวลาบรรจบพลัน

ความพินาศมากมายรอคอยอยู่

หากไม่มี"เธอ"ผู้นั้นคร่านางไป"

 

"ฝ่าบาท เรียกกระหม่อมหรือพะยะค่ะ"ชายรูปร่างเตี้ยป้อมเอ่ยถามราชาทิมเบอร์ตัน

"ข้าต้องการให้เจ้าส่งกำลังคอยป้องกันคุ้มครององค์หญิงลับๆ ในการทำภารกิจครั้งนี้" ราชาทิมเบอร์ตันเอ่ยเสียงเครียด

"พะย่ะค่ะ …สาส์นแจ้งภารกิจมาถึงแล้วนะพะยะค่ะ"

"กินเดอร์ เอามาให้ข้าที่ห้องบรรทม"

ชายชราร่างเตี้ยนามว่ากินเดอร์ตกปากรับคำแล้วเร่งรีบเดินไปสั่งงานทหารในปราสาทกว่า 30 นายให้เตรียมปฏิบัติหน้าที่ และเดินไปหยิบแท่งกระบอกสามสีจากโต๊ะหน่วยรักษาความปลอดภัย

"กินเดอร์ คุ๊กกี้กับชาร้อนเสร็จแล้ว เจ้าจะนำไปทูลถวายหรือไม่" เสียงหวานทักกินเดอร์ขึ้นเมื่อเขาเตรียมตัวจะไปห้องบรรทม

"เอ่อ…เอ่อองค์หญิง...มาทำอะไรที่นี่พะยะค่ะ"

"เปล่าหรอก เราแค่จะมาดูอะไรเล็กๆน้อยๆ" องค์หญิงมาลินพูดพลางเหลือบตามองแท่งกระบอกในมือกินเดอร์

"กระหม่อม ขออภัยฝ่าบาทแต่กระหม่อมรีบมากพะย่ะค่ะ ให้หัวหน้าแม่บ้านนำขึ้นไปทูลถวายอีก 10 นาทีก็ได้พะยะค่ะ" เขาไม่กล้าสบตาองค์หญิง พอพูดจบเขาก็รีบวิ่งไปที่ห้องบรรทมทันที

 

 

ขณะเดียวกัน

"เมเรียล เจ้าเอาชุดชาร้อนและคุ๊กกี้ไปถวายเสด็จพ่อด้วย และถ้าเจ้า...มีความสามารถพอ เราอยากรู้เรื่องในห้องนั้น"

"เพคะองค์หญิง"

"ความลับเรื่องภารกิจแรกของเรา" องค์หยิงมาลินเอ่ยขึ้นลอยๆ ระหว่างที่เดินไปตามห้องโถงใหญ่

"เพคะ องค์หญิง" เมเรียลรับคำองค์หญิงเบาๆ ก่อนจะคำนับอย่างงดงาม แล้วหันกลับมาเตรียมชาร้อน และคุ๊กกี้ช็อคโกแล็ทชิพที่เลื่องชื่อที่สุดในดินแดนแห่งเวทมนตร์ พลางคิดว่า 'แม้องค์หญิงยังไม่รู้ตัว เราก็จะประมาทไม่ได้ เมเรียลคนนี้เอาหัวเป็นประกันเลยเพคะ ราชาทิมเบอร์ตัน'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

models for yu

บทความจริงค่ะ :)


edit @ 16 Jul 2011 19:51:54 by Gnarpxrangv_Ly

Ayuthaya --Traveller

posted on 16 Jul 2011 00:27 by piixsiiz in Diary
Ayuthaya --Traveller
อัพเดทวันที่ 16 กรกฎาคม 2554 เวลา 0:27
 
 
 
 
อยากเล่าถึงวันนั้นที่ไปเที่ยวอยุธยามา... หลายเดือนแล้วค่ะ*
 
วันนั้นฝนตก ชื้น แฉะ บรรยากาศไม่ค่อยเป้นใจเท่าไหร่นัก
ไปกันทั้งหมดแปดคนพอดีๆ นั่งงกันไปในรถตู้คันใหญ่ที่ยืมมาจากคนรู้จัก
:ฉัน แม่ ลุง น้าตี๋ น้าสา พี่เลี้ยงน้อง ป้อง ปอน
นับว่าเป้นอีกครั้งที่ไปเที่ยวกันด้วยความครึกครื้น
ฉันตั้งใจไว้ว่าจะหลับตั้งแต่ขึ้นรถเพราะเวลาที่ตื่นขึ้นมามันเช้าตรู่จริงๆ
แต่น้องๆทั้งสองคนก้เกิดพิศวาทฉันมากระทันหัน ฉันก้เลย...ต้องเป้นพี่เลี้ยงเด็กไปด้วย
 
เราแวะกันที่ปั๊มน้ำมันปตท.ระหว่างทางเพื่อหาของกินเข้าห้องน้ำบลาๆ
ฉันเดินตามเข้าไปที่ร้านกาแฟคล้ายๆร้านอะเมซอน แต่บรรยากาศเป้นกันเองมาก
ขายชาเย้น นมเย้น โกโก้ กาแฟดำ โอเลี้ยง บลาๆ ฉันไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่หรอก
นอกเสียจากบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ที่แสนร่มรื่น และเสียงเด็กๆ กรี๊ดกร๊าดพอใจกัน
:D ฉันดีใจที่วันนี้พกกล้อง DSLR ของ Nikon กับโพลารอยด์สีฟ้ามาด้วย
และฉันก้เริ่มประเดิมฟิล์มแผ่นแรกในโพลารอยด์ที่ร้านแห่งนี้
แบคกราวน์เป็นกระจกใสที่ด้านในเขาติดรูปเรียงกันเป้นตับไว้(คล้ายโลโม่วอลล์)
ใช่ ...ฉันชอบแบบนี้แหละ เราถ่ายรูปกันอีกหลายรูปแล้วเดินทางต่อ
 
ฉันยังอยากหลับอยู่จนมาถึงสถานที่แรก เด็กๆไม่ลง ฉันเข้าใจเอาเองว่าเป้นเพราะในยังตกปรอยๆ
แต่ฉันไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่ายๆ ฉันชวนแม่และคว้ากล้องมาไว้ในอ้อมแขน
กับหมวกปีกกว้างทรงคุณนายสีชมพู ...
ฉันให้แม่เป้นคนถือกล้อง DSLR ส่วนฉันถือโพลารอยด์ วันนี้ลุคของฉันค่อนข้างเป็นตัวเองสูงมากๆ
ฉันอยู่ในเสื้อยืดสีเทาเรียบๆ กับกระโปรงแบบนำผ้ามาเย้บปะติดกันยาวๆ รองเท้ากังฟูสีดำลายเพ้นเอง
ผมฟูๆยาวๆ ของฉัน รู้สึกว่าตัวเองติสท์แตกสุดๆ!
ฉันกับแม่เดินชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ไปเรื่อยๆ แต่ก้จำกัดเวลาเพราะมีคนรออยู่ 
 
ฉันรู้สึกว่าวันนี้บรรยากาศมันเก่าจนได้อารมณ์เข้ากับสถานที่สุดๆ แต่ถ้าให้ฉันค้างที่นี่คืนนี้?
ฉันขอนั่งรถกลับบ้านดีกว่า ฮ่าๆๆ!! 
เราไปกันต่อ ฉันจำรายละเอียดไม่ค่อนได้นักเพราะวัดที่นี่ค่อนข้างจะคล้ายกันหมด
ที่ฉันติดตาคือคูน้ำรอบๆ เมืองรอบวัดสายเล้กๆ ที่เป้นเพียงอดีต
ฉันจำได้ว่าที่สุดท้ายที่ฉันลงไปถ่ายรูปและน้องๆ ก็เดินเล่นกันด้านหน้าคือที่ที่มีเศียยรพระในต้นไม้
เมื่อหลายปีก่อนที่ฉันมายังไม่มีที่กั้นแบบนี้ ฉันได้ถ่ายแบบชิดต้นไม้เลยล้ะ
ฉันพบนักท่องเที่ยวปประปราย 
ขณะที่เดินกับแม่สองคนเหมือนฉันได้กลายเป็นคนในยุคนั้นไปแล้ว เหมือนฉันหลุดไปอีกโลกหนึ่งเลยล้ะ
 
เราจบทริปอยุธยาที่วัดแห่งหนึ่ง(ซึ่งฉันจำชื่อไม่ได้แล้ว) เป็นวัดเดียวกับที่ลงข่าวในช่วงสงกรานต์ว่าเณรออกมาเล่นน้ำ
ใช่ ...ฉันได้พบบรรยากาศจริง บรรยากาศที่เณรหลายคนวิ่งเล่นกัน
เราขึ้นไปพบเจ้าอาวาส ที่รุ้จักมักคุ้นกับน้าสามาก่อนที่น้าสาจะแต่งงานและย้ายมาอยู่ที่บ้านน้าตี๋
หลวงพ่อท่านเป้นคนตรงๆ ตลกโป้กฮา อาจจะมีอาการเกรงๆ กันนิดหน่อย (เป้นที่ฉันเอง)
เราไปช่วยท่าานทำความสะอาดที่นั่งสวดมนต์ของพระเณรทั้งหลาย กวาดใบไม้กันอย่างสนุกสนาน
เมื่อเวลาเย้นเราก็นั่งรถกลับเข้ากรุงเทพ
 
...แน่ละ เรามีแผนต่อไป สยาม !
ฉันอยากมาเที่ยวสยามมากๆ! หลังจากครั้งล่าสุดที่มาคือปีใหม่ ฉันกระหายแฟชั่นสุดๆ
ทั้งที่ก้ไม่ได้ซื้ออะไรมากมาย เราไปกินอาหารเย้นกันที่ซอยอะไรสักอย่าง
ฉันรอหอยเชลล์อบเนยรสเยี่ยมนานสุดๆ นานจนกินไปแบบจุกขอไปที แต่พอมาขึ้นรถก้หิวอีกครั้ง = =;;
บรรยากาศคนพลุกพล่านทำให้ฉันอยากหลับลึกๆ ไปเลย 
 
แต่ในที่สุดเราก้มาถึงสยาม ขอบอกว่าฟิล์มโพลารอยด์ยังไม่หมดฉันก็เลยถือโอกาสถ่ายกับบรรยากาศที่นี่ไปเลย
หน้ามันๆ แต่งตัวติสท์ ในกรุงเทพ ในสยาม 
ฮ่าๆๆ ถ้าใครพอจะจำได้ นั้นก้คือฉันเองแหละ (หน้าบานๆ )
ฉันได้กางเกงมา 1 ตัว นั้นคือเท่าที่ฉันจำได้ ฮ่าๆๆ ส่วนน้าสาได้ชุดนอนของหมีพูห์มาหน่ึงตัว
 
จบวันที่ฉันได้นั่งหลับในรถในที่สุด zZZ
 
 
*ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ*
@pxrangv follow me on twitter :)

edit @ 16 Jul 2011 19:52:11 by Gnarpxrangv_Ly

Recommend